foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

In the name of Allah I بِسْــــــــــــــــــمِ اﷲِالرَّحْمَنِ اارَّحِيم

Assalamualaikum I اَلسَّلَامُ عَلَيْكُم

ขอความสันติ จงมีแด่ท่าน I Peace Be Upon You

WELCOME TO IICTH.COM I ยินดีต้อนรับ สู่เว็บไซต์

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม I Islamic Information Center

Get Adobe Flash player

Creative Social Widget

ภาพ-นิทรรศการ

25,10,0,50,1
5,600,50,1,3000,500,25,800
100,150,1,50,12,30,50,1,70,12,1,40,1,1,1,3000
0,1,0,0,2,40,15,5,2,1,0,17,0,1
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...

ASM-TVonline 24 Hrs.

สถานะผู้มีความสัจจริง ของบุตรีท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะรออ์ (อ.) ถือกำเนิดหลังจากที่บิดาของนางถูกแต่งตั้งเป็นศาสนทูต 5 ปี และหลังจากเหตุการณ์อัลอิสรออ์และมิอ์รอจ 3 ปี ญิบรออีลนำข่าวดีเกี่ยวกับการถือกำเนิดของนางมาแจ้งให้ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ทราบ นางถือกำเนิดที่นครมักกะฮ์ เมื่อวันศุกร์ที่ 20 เดือนญุมาดิลอาดิร

     ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.) ได้รับการเลี้ยงดูให้เจริญวัยในบรรยากาศแห่งกลิ่นอายของวะฮ์ยูและสภาวะการเป็นศาสดา ซึ่งอยู่ภายในบ้านที่เต็มไปด้วยพจนารถแห่งอัลลอฮ์ และโองการอัลกุรอานอันไพโรจน์

     วันหนึ่งท่านหญิงอาอิชะฮ์ถามท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ว่า เพราะเหตุใดท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จึงมีความรักต่อท่านหญิงฟาฏิมะฮ์มากเช่นนี้ เพราะท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จะลุกขึ้นยืนต้อนรับท่านหญิงฟาติมะฮ์เสมอในยามที่นางเข้าพบท่าน และท่านจะจุมพิตศีรษะและมือของนางทุกครั้งอีกด้วย

     ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) จึงกล่าวตอบท่านหญิงอาอิชะฮ์ว่า “โอ้ อาอิชะฮ์ แน่นอนที่สุด ถ้าหากเธอรู้ในสิ่งที่ฉันรู้ เธอก็จะต้องรักนางเหมือนที่ฉันรัก ฟาฏิมะฮ์เป็นเลือดเนื้อก้อนหนึ่งของฉัน ผู้ใดที่ทำให้นางโกรธ แน่นอนเท่ากับเขาทำให้ฉันโกรธ และผู้ใดทำให้นางมีความพึงพอใจก็เท่ากับเขาทำให้ฉันพอใจ”

     บรรดามุสลิมต่างเคยรับทราบวจนะที่ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) กล่าวไว้ว่า “การที่ฟาฏิมะฮ์ถูกขนานนามว่า “ฟาฏิมะฮ์” ก็เนื่องจากอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกริกเกียรติผู้ทรงเกรียงไกร จะทรงปกป้องคุ้มกันบุคคลที่ให้ความรักแก่นาง รอดพ้นจากไฟนรก”

     ฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รออ์ มีลักษณะคล้ายคลึงกับศาสดา (ซ็อลฯ) ทั้งด้านบุคลิกและจริยธรรม ท่านหญิงอุมมุสะลามะฮ์ภรรยาของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) กล่าวไว้ว่า “ฟาฏิมะฮ์ เป็นผู้ที่ละม้ายคล้ายคลึงกับท่านศาสดา (ซ็อลฯ) มากที่สุด”

     ท่านหญิงอาอิชะอ์ก็กล่าวเช่นกันว่า “แท้จริงฟาฏิมะฮ์เป็นผู้ที่คล้ายกับท่านศาสดา (ซ็อลฯ) มากที่สุด ทั้งในด้านการใช้คำพูดและการเจรจาพาที”

     ท่านทำหน้าที่ดูแลบิดาของท่านตั้งแต่มีอายุเพียง 6 ปี เพราะนับตั้งแต่มารดาของท่านคือท่านหญิงคอดีญะฮ์สตรีผู้ยิ่งใหญ่เสียชีวิตไปแล้ว ท่านทำหน้าที่เติมช่องว่างที่เกิดขึ้นให้แก่ครอบครัว เนื่องจากการสูญเสียมารดาของท่าน

     ท่านมีส่วนร่วมในการถูกทดสอบอย่างขมขื่นกับบิดาตั้งแต่อายุยังน้อย นั่นคือการเผชิญหน้ากับภัยอันตรายต่างๆ จากพวกตั้งภาคีในเมืองมักกะฮ์ ท่านทำหน้าที่รักษาบาดแผลของบิดา และชำระล้างสิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่บรรดาคนโง่เขลาในหมู่ชาวกุเรชกระทำให้บิดาของท่านแปดเปื้อนและเจ็บปวด

     ท่านพูดปลอบโยนบิดาของท่านในยามทุกข์ เพื่อที่จะนำความสุขเข้าสู่จิตใจของบิดา ด้วยในขณะที่ตัวท่านเองกลับต้องสะอื้นไห้ด้วยความเจ็บปวดร้าวรานต่อสภาพการณ์ที่บิดาของท่านต้องเผชิญ ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ขนานนามนางอีกฉายาหนึ่งว่า “ผู้เป็นมารดาแห่งบิดาของนาง”

      ทั้งนี้ก็เพราะท่านทุ่มเทความห่วงหาอาทรและความห่วงใยต่อบิดาของท่านนั่นเอง

      ฟาฏิมะฮ์ อัซซะรออ์คือบุตรีของศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

      ฟาฏิมะฮ์ อัซซะรออ์คือบุตรีของท่านหญิงคอดิยะฮ์ อัลกุบรอ

      ฟาฏิมะฮ์ อัซซะรออ์คือภรรยาของอิมามอะลี (อ.)

      ฟาฏิมะฮ์ อัซซะรออ์คือมารดาของฮาซัน ฮูเซนและซัยนับ

      และอีกหนึ่งในสมญานามของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ (อ.) คือ “ซิดดีเกาะฮ์” (ผู้สัจจริง) คำนี้มีคุณลักษณะที่บ่งบอกถึงความมากมายซึ่งหมายถึง “ผู้มีความสัจจริงอย่างมาก” (1)

      ในคัมภีร์อัลกุรอาน ได้กล่าวถึงท่านศาสดาอิบรอฮีม (อ.) และศาสดาอิดรีส (อ.) ด้วยฉายานามว่า “ซิดดีก” (ชายผู้สัจจริงอย่างมาก) และกล่าวถึงท่านหญิงมัรยัม (อ.) ว่า “ซิดดีเกาะฮ์” (สตรีผู้สัจจริงอย่างมาก)

وَ اذْكُرْ فِي الْكِتابِ إِبْراهيمَ إِنَّهُ كانَ صِدِّيقاً نَبِيًّا

และจงกล่าวถึง (เรื่องราวของ) อิบรอฮีมที่อยู่ในคัมภีร์ แท้จริงเขาเป็นผู้สัจจริงอย่างมาก อีกทั้งเป็นศาสดา

(อัลกุรอาน บทมัรยัม โองการที่ 41)

وَ اذْكُرْ فِي الْكِتابِ إِدْريسَ إِنَّهُ كانَ صِدِّيقاً نَبِيًّا

“และจงกล่าวถึง (เรื่องราวของ) อิดรีสที่อยู่ในคัมภีร์ แท้จริงเขาเป็นผู้สัจจริงอย่างมาก อีกทั้งเป็นศาสดา

(อัลกุรอาน บทมัรยัม โองการที่ 56)

مَا الْمَسيحُ ابْنُ مَرْيَمَ إِلاَّ رَسُولٌ قَدْ خَلَتْ مِنْ قَبْلِهِ الرُّسُلُ وَ أُمُّهُ صِدِّيقَة

“อัลมะซีห์ (อีซา) บุตรของมัรยัมนั้นมิใช่ใครอื่น นอกจากเป็นศาสนทูตคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งบรรดาศาสนทูตก่อนเขาก็ได้ล่วงลับไปแล้ว และมารดาของเขานั้นคือหญิงที่มีความสัจจริงอย่างมาก”

(อัลกุรอาน บทอัลมาอิดะฮ์ โองการที่ 75)

      ตามคัมภีร์อัลกุรอาน บรรดาผู้สัจจริง (ซิดดีกูน) นั้นคือหนึ่งในสี่กลุ่มซึ่งได้รับความโปรดปราน (เนี๊ยะอ์มัต) พิเศษจากพระผู้เป็นเจ้า :

وَ مَنْ يُطِعِ اللَّهَ وَ الرَّسُولَ فَأُولئِكَ مَعَ الَّذينَ أَنْعَمَ اللَّهُ عَلَيْهِمْ مِنَ النَّبِيِّينَ وَ الصِّدِّيقينَ وَ الشُّهَداءِ وَ الصَّالِحينَ وَ حَسُنَ أُولئِكَ رَفيقا

“และผู้ใดที่เชื่อฟังอัลลอฮ์และศาสนทูตแล้ว ชนเหล่านี้จะอยู่ร่วมกับบรรดาผู้ที่อัลลอฮ์ทรงประทานความโปรดปรานแก่พวกเขา อันได้แก่บรรดาศาสดา บรรดาผู้ที่สัจจริง บรรดาผู้ที่เสียชีวิตในทางของพระเจ้า และบรรดาผู้ที่ประพฤติดี และชนเหล่านี้แหละเป็นเพื่อนที่ดี”

(อัลกุรอาน บทอันนิซาอ์ โองการที่ 69)

      การนำคำๆ นี้มาใช้สำหรับบรรดาศาสดาและบรรดาผู้ใกล้ชิด (เอาลิยาอ์) พิเศษของพระผู้เป็นเจ้า เป็นการแสดงให้เห็นถึงคุณธรรม ความประเสริฐที่ยิ่งใหญ่มาก และสถานะอันสูงส่งเป็นพิเศษของความเป็น “ผู้สัจจริง” ณ พระผู้เป็นเจ้า

     ในริวายะฮ์ (คำรายงาน) จำนวนมากได้กล่าวถึงท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (อ.) ด้วยฉายานามนี้ ตัวอย่างเช่นในฮะดีษบทหนึ่ง ท่านอิมามมูซา กาซิม (อ.) กล่าวว่า :

 إِنَّ فَاطِمَةَ (عليها السلام) صِدِّيقَةٌ شَهِيدَة

“แท้จริงฟาฏิมะฮ์ (อ.) คือผู้สัจจริงอย่างมาก อีกทั้งเป็นชะฮีด (ผู้เสียชีวิตในทางของพระเจ้า)” (2)

     เหตุผลที่ท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (อ.) ได้รับฉายานามนี้ก็เนื่องจากว่า ในตลอดอายุขัยที่แสนสั้นของท่านนั้น ท่านมีความสัจจริงในคำพูด การแสดงออก การกระทำและความคิดในระดับสูงสุด และท่านหญิงได้ใช้ชีวิตทั้งหมดของท่านย่างก้าวไปในเส้นทางของพระผู้เป็นเจ้า และการยอมตนเป็นบ่าวของพระองค์

     ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลาม ได้กล่าวเกี่ยวกับสถานะความเป็นผู้สัจจริงของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ อัซซะฮ์รอ (อ.) ไว้เช่นนี้ว่า “ซิดดีก (ผู้สัจจริง) คือผู้ที่จะปฏิบัติตามในสิ่งที่ตนคิดและพูดอย่างแท้จริง ไม่ว่าความสัจจริงดังกล่าวนี้จะมีมากเท่าใด คุณค่าของความเป็นมนุษย์ก็จะเพิ่มมากขึ้นเพียงนั้น...

     ท่านหญิง (ฟาฏิมะฮ์) คือ “ซิดดีก้อตุ้ลกุบรอ” หมายถึง สตรีผู้มีความสัจจริงในระดับสูงส่งที่สุด ความเป็นผู้สัจจริงนี้ เกิดจากการยอมตนเป็นบ่าวของพระผู้เป็นเจ้า หากท่านหญิงมิได้ยอมตนเป็นบ่าวต่อพระผู้เป็นเจ้าแล้ว ท่านก็ไม่อาจได้ชื่อว่า “ซิดดีก้อตุ้ลกุบรอ” พื้นฐานสำคัญคือ การยอมตนเป็นบ่าวของพระผู้เป็นเจ้า” (3)

     สิ่งเดียวกันนี้เองที่เป็นสื่อทำให้ท่านหญิงได้บรรลุสู่ความเป็นผู้สะอาดบริสุทธิ์จากบาป (มะอ์ซูม) ดังที่ท่านมัรฮูมอัลลามะฮ์มัจญ์ลิซี ได้ให้ความหมาย “ซิดดีก” แปลว่า “มะอ์ซูม” (4)


เชิงอรรถ :

(1) ลิซานุ้ลอะหรับ, อิบนิมันซูร, มุฮัมมัด บินมุกัรร็อม, เล่มที่ 1, หน้าที่ 194

(2) อัลกาฟี, กุลัยนี, มุฮัมมัด บินยะอ์กูบ บินอิสหาก, เล่มที่ 2, หน้าที่ 489

(3) สำนักงานการรักษาและเผยแพร่ผลงานของอายะตุลลอฮ์อัลอุซมา อะลี คอเมเนอี

(4) ญะลาอุลอุยูน, มัจญ์ลิซี, มุฮัมมัด บากิร, หน้าที่ 162


เรียบเรียง : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม