foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

In the name of Allah I بِسْــــــــــــــــــمِ اﷲِالرَّحْمَنِ اارَّحِيم

Assalamualaikum I اَلسَّلَامُ عَلَيْكُم

ขอความสันติ จงมีแด่ท่าน I Peace Be Upon You

WELCOME TO IICTH.COM I ยินดีต้อนรับ สู่เว็บไซต์

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม I Islamic Information Center

Get Adobe Flash player

Creative Social Widget

ภาพ-นิทรรศการ

25,10,0,50,1
5,600,50,1,3000,500,25,800
100,150,1,50,12,30,50,1,70,12,1,40,1,1,1,3000
0,1,0,0,2,40,15,5,2,1,0,17,0,1
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...

ASM-TVonline 24 Hrs.

เมื่อความเกลียดชังที่ซ่อนเร้นปรากฏขึ้นในพิธีศพ(ญะนาซะฮ์)ของอิมามฮาซัน(อ.)

      ในหนังสือ "อัลอิรชาด ฟี มะอ์ริฟะติ หุญะญิลลาฮ์ อะลัลอิบาด" หรือที่ถูกรู้จักในนาม “อัลอิรชาด” ของ เชคมุฟีด (ร.ฮ.) นักวิชาการอิสลามที่มีชื่อเสียง ในหมวดที่เกี่ยวกับการเป็นชะฮีด (เสียชีวิต) ของท่านอิมามฮะซัน (อ.) ท่านได้เขียนว่า : มุอาวิยะฮ์ ได้ส่งจดหมายไปยังญะอ์ดะฮ์ ลูกสาวของอัชอัษ บินเกซ ว่า

 أَنِّی مُزَوِّجُكِ یَزِیدَ ابْنِی عَلَى أَنْ تَسُمِّیَ الْحَسَنَ

“ฉันจะแต่งงานเจ้าให้กับยะซีดลูกชายของฉัน โดยมีเงื่อนไขว่า เจ้าจะต้องวางยาพิษ (ฆ่า) ฮะซัน (อ.)”

    พร้อมกันนั้นเขาได้ส่งเงินจำนวนหนึ่งพันดิรฮัมไปให้แก่นางด้วย ญะอ์ดะฮ์ ปฏิบัติตามความต้องการของมุอาวิยะฮ์ และได้วางยาพิษท่านอิมามฮะซัน มุจญ์ตะบา (อ.) มุอาวิยะฮ์ได้ตอบแทนการรับใช้ของญะอ์ดะฮ์ด้วยการมอบเงินให้แก่นาง แต่เขาไม่ยอมจัดการแต่งงานนางให้กับยะซีดลูกชายของตนตามที่ได้ให้สัญญาไว้ หลังจากการเป็นชะฮีด (เสียชีวิต) ของท่านอิมามฮะซัน (อ.) ญะอ์ดะฮ์ได้แต่งงานกับชายผู้หนึ่งจากวงศ์ตระกูลของฏ็อลหะฮ์ และมีลูกกับเขาหลายคน

    นับจากนั้นเป็นต้นมา เมื่อใดก็ตามที่ระหว่างลูกหลานของชาวกุเรช และลูกหลานของญะอ์ดะฮ์มีการพูดคุยและการสนทนากัน ชาวกุเรชจะห้ามปรามและตำหนิประณามพวกเขา และจะเรียกลูกหลานของญะอ์ดะฮ์ด้วยคำพูดเช่นนี้ว่า

یَا بَنِی مُسِمَّةِ الْأَزْوَاجِ

“โอ้ลูกหลานของหญิงผู้วางยาพิษสามีของตนเอง” (1)

    ในช่วงเวลาที่ท่านอิมามฮะซัน (อ.) ใกล้จะหมดลมหายใจ ท่านได้เรียกหาท่านอิมามฮุเซน (อ.) น้องชายของท่าน และในช่วงเวลาสุดท้ายนั้นเอง ท่านได้กล่าวกับน้องชายของท่านว่า

یَا أَخِی إِنِّی مُفَارِقُكَ وَ لَاحِقٌ بِرَبِّی جَلَّ وَ عَزَّ وَ قَدْ سُقِیتُ السَّمَّ

“โอ้น้องชายของฉัน! ฉันจะต้องจากเจ้าไปแล้ว ฉันจะไปพบกับพระผู้อภิบาลของฉัน ผู้ทรงเกริกเกียรติเกรียงไกร แท้จริงแล้วฉันนั้นถูกวางยาพิษ”

    จากนั้นท่านได้กล่าวต่อไปว่า “วันนี้ (ฉันอาเจียน และ) ชิ้นส่วนจากตับของฉันได้ตกลงสู่ภาชนะ ฉันรู้ดีว่าใครที่อุกอาจทำเช่นนี้กับฉัน และความอธรรมนี้เกิดขึ้นจากใคร ฉันจะเป็นปฏิปักษ์ต่อเขา ณ เบื้องพระพักตร์ของพระผู้เป็นเจ้า แต่ขอสาบานด้วยสิทธิ์ที่ฉันมีเหนือเจ้า ฉันขอร้องเจ้าว่า เจ้าจงอย่าได้ติดตามสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉันและผู้ที่ทำการสังหารฉัน จงปล่อยให้เรื่องของฉันอยู่ในการตัดสินและการจัดการของพระผู้เป็นเจ้าเถิด”

    จากนั้นท่านได้กล่าวว่า

فَإِذَا قَضَیْتُ فَغَمِّضْنِی وَ غَسِّلْنِی وَ كَفِّنِّی وَ احْمِلْنِی عَلَى سَرِیرِی إِلَى قَبْرِ جَدِّی رَسُولِ اللَّهِ ص لِأُجَدِّدَ بِهِ عَهْداً ثُمَّ رُدَّنِی إِلَى قَبْرِ جَدَّتِی فَاطِمَةَ بِنْتِ أَسَدٍ رَحْمَةُ اللَّهِ عَلَیْهَا فَادْفِنِّی هُنَاكَ

     “ดังนั้นเมื่อฉันเสียชีวิตลงแล้ว เจ้าก็จงปิดตาของฉัน จงอาบน้ำศพให้ฉัน ห่อศพฉันและจงแบกศพฉันไปบนแคร่หามศพของฉัน ไปยังหลุมฝังศพของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ผู้เป็นตาของฉัน เพื่อที่ฉันจะได้ตอกย้ำพันธสัญญา (ของฉัน) ต่อท่าน หลังจากนั้นจงนำฉันกลับไปที่หลุมฝังศพของฟาฏิมะฮ์ บินติอะซัด (ขออัลลอฮ์ทรงเมตตานาง) ผู้เป็นย่าของฉัน แล้วจงฝังศพของฉันลงที่นั่น”

      ต่อจากนั้น ท่านได้กล่าวว่า “อีกไม่นานเจ้าจะได้เห็นคนกลุ่มหนึ่งที่คาดคิดว่า เจ้าจะฝังร่างของฉันลงเคียงข้างหลุมฝังศพของท่านตาของฉัน พวกเขาจะรวมตัวกันออกมาเพื่อยับยั้งสิ่งนี้ และพวกเขาจะยืนเผชิญหน้ากับพวกเจ้า บัดนี้ฉันขอกำชับสั่งเสียเจ้าว่า จงพยายามเพื่อพระผู้เป็นเจ้า อย่าให้เลือดต้องถูกหลั่งในพิธีศพ (ญะนาซะฮ์) ของฉัน”

      หลังจากนั้นท่านได้สั่งเสีย (วะซียะฮ์) ต่อท่านอิมามฮุเซน (อ.) เกี่ยวกับครอบครัวและลูกๆ ของท่าน และสิ่งต่างๆ ที่ท่านได้ละทิ้งไว้ และเช่นเดียวกันนั้น ท่านยังได้สั่งเสียต่อท่านอิมามฮุเซน (อ.) น้องชายของท่าน ในสิ่งเดียวกันกับที่ท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน อะลี บินอบีฏอลิบ (อ.) ได้สั่งเสียท่านในขณะที่จะเป็นชะฮีด (เสียชีวิต) และการเปลี่ยนถ่ายตำแหน่งผู้นำ (อิมามะฮ์) ไปสู่ท่านอิมามฮะซัน (อ.)

      หลังจากที่ท่านอิมามฮะซัน (อ.) ได้สิ้นใจลง ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้อาบน้ำศพ (ฆุซล์) และทำการห่อศพให้กับผู้เป็นพี่ชาย และวางศพลงบนแคร่หามศพ เพื่อที่จะปฏิบัติตามคำสั่งเสียของท่านอิมามฮะซัน (อ.) และแบกหามศพของท่านไปยังหลุมฝังศพของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) เพื่อการอำลาครั้งสุดท้าย มัรวานและบุคคลอื่นๆ จากบนีอุมัยยะฮ์ซึ่งเป็นมือเป็นไม้ของเขา ต่างมีความเชื่อมั่นว่า ประชาชนที่แบกหามและเดินตามศพ (ญะนาซะฮ์) นั้น มีเจตนาที่จะนำศพของท่านอิมามฮะซัน (อ.) ไปฝังลงเคียงข้างหลุมฝังศพของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเตรียมตัวพร้อมกับอาวุธสงคราม และออกไปพร้อมกับไพร่พลของตนเองเพื่อปิดกั้นเส้นทางของคาราวานที่กำลังจัดพิธีศพและไว้อาลัยต่อการจากไปของท่านอิมามฮะซัน (อ.) ในหนังสือ อัลอิรชาด ของท่านเชคมุฟีด (ร.ฮ.) ได้บันทึกไว้ว่า

فَلَمَّا تَوَجَّهَ بِهِ الْحُسَیْنُ بْنُ عَلِیٍّ إِلَى قَبْرِ جَدِّهِ رَسُولِ اللَّهِ ص لِیُجَدِّدَ بِهِ عَهْداً أَقْبَلُوا إِلَیْهِمْ فِی جَمْعِهِمْ وَ لَحِقَتْهُمْ عَائِشَةُ عَلَى بَغْلٍ وَ هِیَ تَقُولُ مَا لِی وَ لَكُمْ تُرِیدُونَ أَنْ تُدْخِلُوا بَیْتِی مَنْ لَا أُحِبُّ

     “เมื่อฮุเซน บุตรอะลี (อ.) ได้นำร่างของฮะซัน (อ.) มุ่งตรงไปยังหลุมฝังศพของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) เพื่อที่จะตอกย้ำพันธสัญญา (และอำลา) ต่อท่าน พวกเขา (ฝ่ายตรงข้าม) ได้ออกมาขวางหน้ากลุ่มคนเหล่านี้ไว้ด้วยกับกลุ่มชนของตน และอาอิชะฮ์ก็ได้เข้ามาสมทบกับคนเหล่านั้น โดยนั่งอยู่บนหลังล่อ โดยที่นางได้กล่าวขึ้นว่า ฉันกับพวกเจ้าเป็นอะไรกันหรือ พวกเจ้าต้องการที่จะนำบุคคลที่ฉันไม่ชอบเข้ามาในบ้านของฉันหรือ?”

     มัรวาน บินหะกัม ซึ่งได้เห็นถึงโอกาสอันเหมาะสมสำหรับการแก้แค้นและการระบายความเกลียดชังของตน เขาได้เปิดปากของเขาและกล่าวขึ้นว่า

أَ یُدْفَنُ عُثْمَانُ فِی أَقْصَى الْمَدِینَةِ وَ یُدْفَنُ الْحَسَنُ مَعَ النَّبِیِّ لا يكون ذلك أبداً

“อุสมานถูกฝังในจุดที่ห่างไกลที่สุดของมะดีนะฮ์ แล้วฮะซันจะถูกฝังเคียงข้างท่านศาสดากระนั้นหรือ สิ่งนี้จะเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาด”

     ต่อจากนั้น เขาได้ดำเนินการด้วยความรุนแรงและพูดข่มขู่กลุ่มคนที่ติดตามศพของท่านอิมามฮะซัน (อ.) มา ด้วยคำประโยคหนึ่งว่า

وَ أَنَا أَحْمِلُ السَّیْفَ

“ฉันถือดาบมาด้วย”

     ในช่วงเวลาที่ฟิตนะฮ์ (วิกฤตการอันเลวร้าย) เกือบจะเกิดขึ้นแล้วนั้น อิบนุอับบาสได้ออกมาขวางไว้ และกล่าวกับมัรวาน บินหะกัมว่า

ارْجِعْ یَا مَرْوَانُ مِنْ حَیْثُ جِئْتَ

“โอ้มัรวาน! จงกลับไปยังที่ที่เจ้ามาเถิด”

     จากนั้นได้กล่าวต่อว่า “เราไม่มีเจตนาที่จะร่างอันบริสุทธิ์นี้ลงเคียงข้างท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) แต่อย่างใดทั้งสิ้น เราเพียงต้องการที่จะนำร่างบริสุทธิ์นี้มาซิยาเราะฮ์ (เยือน) และตอกย้ำพันธสัญญาต่อท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์เป็นครั้งสุดท้ายเพียงเท่านั้น แล้วหลังจากนั้นเราก็จะนำร่างของท่านไปฝังลงเคียงข้างหลุมฝังศพของฟาฏิมะฮ์ (บินติอะซัด ) ย่าของท่าน ตามที่ท่านได้สั่งเสียไว้ จงรู้ไว้เถิดว่า หากท่านสั่งเสียว่าให้พวกเราฝังร่างอันบริสุทธิ์ของท่านลงเคียงข้างหลุมฝังศพของท่านศาสนทูตของอัลอฮ์ (ซ็อลฯ) แล้ว ตัวเจ้านั้นเล็กเกินกว่าที่จะสามารถห้ามพวกเราได้ แต่เนื่องจากท่าน (อิมามฮะซัน) นั้นรู้จักพระผู้เป็นเจ้าและศาสนทูตของพระองค์ และเช่นเดียวกันนี้ ท่านรู้ถึงเกียรติของท่านศาสนทูตมากกว่าผู้ใด และท่านทราบดีว่าจะต้องไม่ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นในที่แห่งนั้น และจะไม่เข้าสู่บ้านของท่านศาสทูต (ซ็อลฯ) โดยปราศจากการอนุญาตของท่านอย่างแน่นอน”

     ต่อจากนั้นอิบนุอับบาสได้หันไปยังอาอิชะฮ์ และกล่าวว่า

وَا سَوْأَتَاهْ یَوْماً عَلَى بَغْلٍ وَ یَوْماً عَلَى جَمَلٍ تُرِیدِینَ أَنْ تُطْفِئِی نُورَ اللَّهِ

 وَ تُقَاتِلِینَ أَوْلِیَاءَ اللَّهِ ارْجِعِی

“ช่างน่าอับอายเสียเหลือเกิน โอ้ท่าน (อาอิชะฮ์)! วันหนึ่งนั่งอยู่บนหลังล่อและวันหนึ่งก็นั่งอยู่บนหลังอูฐ! (ชี้ถึงสงครามอูฐ) ท่านต้องการที่จะดับนูร (รัศมี) ของอัลลอฮ์ และต่อสู้กับบรรดาเอาลิยาอ์ (ผู้เป็นที่รัก) ของอัลลอฮ์อย่างนั้นหรือ ท่านจงกลับไปเถิด!”

     อิบนุอับบาส ได้กล่าวต่ออีกว่า “สิ่งที่ท่านกลัวนั้น จงสบายใจเถิด เราจะปฏิบัติตามคำสั่งเสีย (วะซียะฮ์) เราจะไม่ฝังร่างอันบริสุทธิ์นี้ลงในที่แห่งนี้ จงดีใจเถิด ที่ท่านได้ไปถึงเป้าหมายของท่านแล้ว แต่เมื่อใดก็ตามที่ถึงเวลา พระผู้เป็นเจ้าจะทรงแก้แค้น (ลงโทษ) บรรดาศัตรูของอะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) ให้แก่พวกเขา”

     ในหนังสืออัลอิรชาด ยังได้บันทึกไว้อีกว่า

وَ قَالَ الْحُسَیْنُ وَ اللَّهِ لَوْ لَا عَهْدُ الْحَسَنِ إِلَیَّ بِحَقْنِ الدِّمَاءِ وَ أَنْ لَا أُهَرِیقَ فِی أَمْرِهِ مِحْجَمَةَ دَمٍ لَعَلِمْتُمْ كَیْفَ تَأْخُذُ سُیُوفُ اللَّهِ مِنْكُمْ مَأْخَذَهَا وَ قَدْ نَقَضْتُمُ الْعَهْدَ بَیْنَنَا وَ بَیْنَكُمْ وَ أَبْطَلْتُمْ

مَا اشْتَرَطْنَا عَلَیْكُمْ لِأَنْفُسِنَا.

     ท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้กล่าวว่า “ขอสาบานต่ออัลลอฮ์! หากไม่เป็นเพราะฮะซัน (พี่ชายของฉัน) ได้เอาคำมั่นสัญญาต่อฉันว่า อย่าให้เกิดการหลั่งเลือดในพิธีศพของเขาแล้ว พวกเจ้าจะได้รู้ว่าดาบทั้งหลายของอัลลอฮ์จะถูกชักออกมาจากฝักของมันอย่างไร และแน่นอนยิ่ง การละเมิดพันธสัญญาที่มีระหว่างเราและระหว่างพวกเจ้านั้น พวกเจ้าได้ทำลายเงื่อนไขข้อตกลงที่เราได้กำหนดไว้เหนือพวกเจ้าสำหรับตัวของพวกเรา”

     จากนั้นท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้นำพาศพ (ญะนาซะฮ์) ที่ถูกอธรรมของท่านอิมามฮะซัน มุจญ์ตะบา (อ.) ไปยังสุสาน “อัลบะกีอ์” และฝังร่างนั้นลงเคียงข้างหลุมฝังศพของท่านหญิงฟาฏิมะฮ์ บินติอะซัด ผู้เป็นย่าของท่าน (2)

แหล่งที่มา :

(1) อัลอิรชาด เล่มที่ 2 หน้าที่ 16

(2) หนังสือเล่มเดิม หน้าที่ 17–19

แปลและเรียบเรียงโดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ