foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

In the name of Allah I بِسْــــــــــــــــــمِ اﷲِالرَّحْمَنِ اارَّحِيم

Assalamualaikum I اَلسَّلَامُ عَلَيْكُم

ขอความสันติ จงมีแด่ท่าน I Peace Be Upon You

WELCOME TO IICTH.COM I ยินดีต้อนรับ สู่เว็บไซต์

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม I Islamic Information Center

Get Adobe Flash player

Creative Social Widget

ภาพ-นิทรรศการ

25,10,0,50,1
5,600,50,1,3000,500,25,800
100,150,1,50,12,30,50,1,70,12,1,40,1,1,1,3000
0,1,0,0,2,40,15,5,2,1,0,17,0,1
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...

ASM-TVonline 24 Hrs.

การกลับสู่ริยาดของ อะห์มัด บินอับดุลอะซีซ" ความท้าทายต่อตำแหน่งมกุฎราชกุมารของซาอุฯ

เว็บไซต์ "Middle East Eye" ได้รายงานเกี่ยวกับการกลับสู่ริยาดของเจ้าชาย "อะห์มัด บินอับดุลอะซีซ" ว่า เขาได้กลับไปยังมาตุภูมของเขาเพื่อท้าทายสถานะของมกุฎราชกุมารคนปัจจุบัน

     บทวิเคราะห์ของเว็บไซต์"Middle East Eye" ได้เขียนว่า เจ้าชาย "อะห์มัด บินอับดุลอะซีซ" พระอนุชาของกษัตริย์ซัลมานแห่งซาอุดิอาระเบียได้เดินทางกลับไปยังประเทศของตนเพื่อท้าทายตำแหน่งของ "มุฮัมมัด บินซัลมาน" มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบีย

     เว็บไซต์นี้ได้กล่าวต่อไปว่า เจ้าชายอะห์มัด ผู้ซึ่งได้พำนักอยู่ในกรุงลอนดอนมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ได้ทรงเสด็จกลับสู่ซาอุดิอาระเบียเพื่อท้าทายตำแหน่งของบินซัลมานหรือเพื่อค้นหาตัวผู้ที่จะมาท้าท้ายตำแหน่งของมกุฎราชกุมารคนปัจจุบันของซาอุดิอาระเบีย อะห์มัดได้กลับสู่ซาอุดีอาระเบียภายใต้การค้ำประกันความปลอดภัยของอังกฤษและสหรัฐอเมริกา

     แหล่งข่าวใกล้ชิดกับเจ้าชายอะห์มัดได้กล่าวกับ Middle East Eye ว่า เจ้าชายอะห์มัดและรัชทายาทอื่นๆ ในราชวงศ์ซะอูด ได้ตระหนักแล้วว่ามุฮัมมัด บินซัลมาน กลายเป็นบุคคลที่เป็นอันตราย และเจ้าชายอะห์มัด ทรงมีความตั้งใจที่จะรับบทบาทในการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในประเทศนี้ กล่าวคือตัวเจ้าชายจะรับผิดชอบในการจัดระบบระเบียบใหม่ภายในรัฐบาล หรือจะช่วยในการวางตัวแทนผู้สืบทอดอีกคนหนึ่งสำหรับบินซัลมาน

     แหล่งข่าวนี้ได้กล่าวว่า เจ้าชายอะห์มัด ได้กลับสู่ริยาดหลังจากได้พูดคุยเจรจากับบรรดาเจ้าหน้าที่ของอังกฤษและสหรัฐอเมริกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ของอังกฤษและสหรัฐฯ ได้ให้การรับรองว่าพระองค์จะไม่ถูกทำร้ายในซาอุดีอาระเบีย และได้สนับสนุนให้เขาขึ้นแทนตำแหน่งของบินซัลมาน บรรดารัชทายาทภายในราชวงศ์ของซาอุดิอาระเบียก็สนับสนุนให้ เจ้าชายอะห์มัด บินอับดุลอะซีซ ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนพระราชนัดดาของตน

     Middle East Eye ได้กล่าวว่า ในช่วงเวลาที่พำนักอยู่ในกรุงลอนดอนนั้น เจ้าชายอะห์มัด มีการติดต่อสัมพันธ์กับสมาชิกท่านอื่นๆ ของราชวงศ์ซะอูดที่อาศัยอยู่นอกประเทศของพวกเขา และเจ้าชายทั้งสามพระองค์ที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางทหารหรือทางด้านความมั่นคง คือผู้สนับสนุนเขา

    วันอังคารที่ผ่านมา (วันที่ 30 ตุลาคม) "มุจญ์ตะฮิด" นักเปิดโปงชาวซาอุฯ ที่มีชื่อเสียงก็ได้เขียนลงในทวิตเตอร์ของเขาว่า อะห์มัด บินอับดุลอะซีซได้เดินทางไปถึงริยาดแล้ว และได้รับการต้อนรับจากบินซัลมาน มกุฎราชกุมารและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของซาอุดีอาระเบีย มุจญ์ตะฮิดยังได้บอกอีกด้วยว่า เจ้าชายอะห์มัดได้นำคำมั่นสัญญาต่างๆ จากสหรัฐฯ และยุโรป ที่ให้การรับรองว่า บินซัลมานจะต้องไม่ล่วงละเมิดเขา

    เจ้าชายอะห์มัด บินอับดุลอะซีซ สามารถออกจากประเทศซาอุดีอาระเบียในเดือนพฤศจิกายนปี 2017 ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่เจ้าชายอีก 11 คนจะถูกจับกุมโดยมุฮัมมัด บินซัลมาน และได้เดินทางไปพำนักอยู่ในกรุงลอนดอน

    ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่เกิดการฆาตกรรมนาย "ญะมาล คาช็อกกี" นักข่าวชาวซาอุฯ ผู้วิพากษ์วิจารณ์มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบียในสถานกงสุลของริยาดในตุรกี ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากมายต่อมุฮัมมัด บินซัลมาน


ที่มา : ฟาร์สนิวส์

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม