foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

In the name of Allah I بِسْــــــــــــــــــمِ اﷲِالرَّحْمَنِ اارَّحِيم

Assalamualaikum I اَلسَّلَامُ عَلَيْكُم

ขอความสันติ จงมีแด่ท่าน I Peace Be Upon You

WELCOME TO IICTH.COM I ยินดีต้อนรับ สู่เว็บไซต์

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม I Islamic Information Center

Get Adobe Flash player

Creative Social Widget

ภาพ-นิทรรศการ

25,10,0,50,1
5,600,50,1,3000,500,25,800
100,150,1,50,12,30,50,1,70,12,1,40,1,1,1,3000
0,1,0,0,2,40,15,5,2,1,0,17,0,1
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...

ASM-TVonline 24 Hrs.

อิมามคอเมเนอี : ประชาชนเยเมนและอันซอรุลลอฮ์จะต้องชนะอย่างแน่นอน

เนื่องในวันครบรอบปีวันประสูติของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) และท่านอิมามซอดิก (อ.) ในเช้าวันอาทิตย์ (25 พฤศจิกายน) บรรดาคณะเจ้าหน้าที่ของระบอบ แขกผู้เข้าร่วมการประชุมเอกภาพอิสลาม ครั้งที่ 32 บรรดาเอกอัครราชทูตของประเทศอิสลามและประชาชนกลุ่มหนึ่งได้พบกับผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลาม

     ในการพบปะครั้งนี้ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอีกล่าวว่า แนวทางเดียวของความผาสุกและความสำเร็จของมนุษยชาติคือการปฏิบัติตามศาสนาอิสลามและแสงแห่งคัมภีร์อัลกุรอาน และท่านยังชี้ถึงการขยายตัวของการตื่นตัวของอิสลามและจิตวิญญาณแห่งการต่อต้านศัตรูที่มีในหมู่ประชาชาติมุสลิมและความตกตะลึงของอเมริกาและบรรดาพันธมิตรที่มีต่อปรากฏการณ์อันจำเริญนี้ ท่านกล่าวว่า : การปฏิวัติอิสลามในฐานะที่เป็นแบบอย่างหนึ่ง ด้วยผลของการยืนหยัดต่อสู้เป็นระยะเวลา 40 ปีของประชาชนอิหร่าน ขณะนี้ได้กลายเป็นต้นไม้อันจำเริญและมั่นคง โดยที่การคุกคามและการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่ชั่วร้ายของอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ไม่อาจส่งผลกระทบได้เหมือนในอดีตและแน่นอนพวกเขาจะประสบกับความพ่ายแพ้

     ในช่วงเริ่มต้นของคำพูด ท่านได้แสดงความยินดีเนื่องในวันครบรอบวันประสูติของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) และท่านอิมามซอดิก (อ.) และได้กล่าวถึงท่านศาสดาของอิสลามว่าเป็นดั่งดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงสว่างที่พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งได้ทรงส่งมายังมนุษยชาติในยุคแห่งอนารยะ (ญาฮิลียะฮ์) ที่เต็มไปด้วยความงมงายและความหลอกลวง และท่านได้จัดเตรียมพื้นฐานของความสำเร็จและความผาสุกของมนุษยชาติด้วยกับศาสนาอิสลามและคัมภีร์อัลกุรอาน

     ท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามได้ชี้ถึงความจำเป็นอย่างต่อเนื่องของมนุษยชาติต่อความเมตตา (เราะห์มัต) การชี้นำ (ฮิดายะฮ์) และแสงสว่าง (นูร) ของท่านศาสดาแห่งอิสลาม (ซ็อลฯ) พร้อมกับกล่าวเสริมว่า : มนุษย์ในวันนี้ด้วยเหตุผลของการปรากฏตัวของเหล่าอำนาจและการกดขี่ที่เกิดจากการกระทำที่เป็นอาชญากรรมของพวกเขา ความโง่เขลา การหลอกลวงและการขาดความยุติธรรม ทำให้พวกเขาต้องเผชิญกับปัญหาและความทุกข์ยากต่างๆ  แนวทางเดียวที่จะหลุดพ้นออกจากความทุกข์ทรมานเหล่านี้คือการตอบรับคำเรียกร้องเชิญชวนของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) และการย่างก้าวไปในเส้นทางของชี้นำของอิสลามและคัมภีร์อัลกุรอาน

     ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ถือว่าการแผ่ขยายของกระแสการต่อต้านศัตรูและจิตวิญญาณของการตื่นตัวของอิสลามในภูมิภาคเป็นตัวอย่างหนึ่งที่เป็นผลมาจากการดำเนินไปในทิศทางการชี้นำของอิสลามและอัลกุรอาน และกล่าวว่า : เหตุผลที่บรรดาอำนาจจอมอหังการของโลกโดยการนำของอเมริกาผู้เป็นอาชญากรและเป็นซาตานตัวใหญ่มีความวิตกกังวลต่อภูมิภาคเอเชียตะวันตก ก็เนื่องจากจิตวิญญาณของการหันกลับเข้าสู่อิสลามและการตื่นตัวของอิสลามในท่ามกลางประชาชนในภูมิภาคนี้

    ท่านชี้ถึงความกลัวของบรรดามหาอำนาจต่อการตื่นตัวของประเทศอิสลามทั้งหลายโดยกล่าวว่า : "ที่ใดก็ตามที่อิสลามปกคลุมหัวใจและชีวิตของประชาชน มหาอำนาจจอมอหังการได้ถูกตบหน้าแล้ว และเราเชื่อมั่นว่ามหาอำนาจจอมอหังการจะถูกตบอีกครั้งในภูมิภาคนี้อันเป็นผลจากการตื่นตัวของอิสลาม"

    ท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามได้กล่าวย้ำไปยังปัญญาชนและนักวิชาการทางศาสนาว่า : "ท่านทั้งหลายจงเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกระแสการตื่นตัวของอิสลามและการต่อต้าน (มุกอวะมะฮ์) ในภูมิภาคเท่าที่พวกท่านสามารถจะทำได้ เนื่องจากทางรอดหนึ่งเดียวของภูมิภาคคือการแพร่ขยายแนวคิดและจิตวิญญาณนี้

     ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอียังได้กล่าวถึงผู้ปกครองของบางประเทศอิสลามว่า : คำตักเตือนของเราต่อพวกท่านก็คือว่า จงหันกลับมาสู่อำนาจการปกครองของอิสลามและอยู่ภายใต้ "อำนาจการปกครองของอัลลอฮ์" เถิด เนื่องจาก "อำนาจการคุ้มครองของสหรัฐอเมริกาและมารร้าย" นั้นจะไม่เป็นประโยชน์อันใดแก่พวกท่าน

อิมามคอเมเนอี : ประชาชนเยเมนและอันซอรุลลอฮ์จะต้องชนะอย่างแน่นอน

     ท่านได้ชี้ถึงบางประเทศในภูมิภาคว่าแทนที่จะปฏิบัติตามอิสลามและคัมภีร์อัลกุรอานกลับปฏิบัติตามอเมริกา พร้อมกับกล่าวว่า : อเมริกาตามธรรมชาติอหังการของตนจะดูถูกเหยียดหยามประเทศเหล่านี้ และอย่างที่ทุกคนได้เห็น ประธานาธิบดีผู้พูดจาเพ้อเจ้อของอเมริกาได้เปรียบเทียบบรรดาผู้ปกครองซาอุฯ ว่าเป็น "วัวให้น้ำนม"

     ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามถือว่าการดูถูกเหยียดหยามดังกล่าวเป็นการหมิ่นประมาทประชาชนของซาอุดีอาระเบียและประชาชนมุสลิมทั้งหลายในภูมิภาคและกล่าวเสริมว่า : ผู้ปกครองอิสลามบางคนได้ร่วมทางกับอเมริกาในสองการดำเนินการที่เป็นอาชญากรรมในปาเลสไตน์และในเยเมน แต่แน่นอนชัยชนะจะเป็นของประชาชนชาวปาเลสไตน์และชาวเยเมนและอเมริกาพร้อมด้วยบรรดาสมุนของมันจะพ่ายแพ้ในกรณีเหล่านี้

     ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ถือว่า อำนาจของอเมริกาและระบอบไซออนิสต์ในภูมิภาคนี้ได้อ่อนแอลงมากกว่าก่อน และกล่าวว่า : ระบอบไซออนิสต์เมื่อหลายปีที่ผ่านมาหลังจาก 33 วันได้พ่ายแพ้ต่อฮิซบุลลอฮ์แห่งเลบานอน สองปีต่อมาในการเผชิญหน้ากับชาวปาเลสไตน์ ทนได้แค่เพียง 22 วันเท่านั้น ระยะเวลาดังกล่าวในสงครามครั้งต่อมาในฉนวนกาซาได้เปลี่ยนเป็น 8 วันและเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในการเผชิญหน้ากับกลุ่มต้านทาน (มุกอวะมะฮ์) ของปาเลสไตน์ หลังจากสองวันก็ต้องแบกรับความพ่ายแพ้ กรณีทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอ่อนแอที่เพิ่มขึ้นของระบอบไซออนิสต์

     ท่านได้ชี้ถึงแบบแผน (ซุนนะฮ์) ที่แน่นอนตายตัวของพระเจ้าในการช่วยเหลือชนชาติทั้งหลายที่ยืนหยัดต่อต้านอำนาจทั้งหลายโดยการพึ่งพาพระเจ้า พร้อมกับกล่าวว่า : ในเยเมนก็เช่นกันแม้จะมีความยากลำบากและอาชญากรรมต่างๆ ทั้งหมดที่ประชาชนของประเทศนี้ได้รับจากราชวงศ์ซะอูด บรรดาผู้ร่วมมือและบรรดารัฐบาลที่สนับสนุนของพวกเขา หมายถึงอเมริกาก็ตาม แต่แน่นอนชัยชนะจะอยู่กับประชาชนเยเมนและอันซอรุลลอฮ์

     ท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามถือว่าชัยชนะของประชาชนปาเลสไตน์บนพื้นฐานของแบบแผน (ซุนนะฮ์) ของพระเจ้านั้นเป็นเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และกล่าวเสริมว่า : "สาเหตุหลักของความร้อนรนของสหรัฐฯและบรรดาพันธมิตรของมัน การพูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระ การดำเนินการต่างๆ ที่อธรรมและเป็นอาชญากรรมของพวกเขานั้นก็คือการยืนหยัดและการต่อต้านของประชาชนมุสลิมทั้งหลายในภูมิภาคซึ่งการยืนหยัดนี้จะบังเกิดผลอย่างแน่นอน"

     ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอีชี้ถึงการยืนหยัดต้านทานเป็นเวลา 40 ปีของประชาชนอิหร่านแม้จะมีความยากลำบากและการกดดันต่างๆ ทั้งหมด พร้อมกับกล่าวย้ำว่า : อเมริกาและระบอบไซออนิสต์ผิดพลาดที่ข่มขู่ประชาชนอิหร่าน

     ท่านได้ชี้ถึงความล้มเหลวของนโยบายคุกคามและการคว่ำบาตรของอเมริกาต่อสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน โดยกล่าวว่า : ประชาชนอิหร่านด้วยผลของการยืนหยัดต้านทานและภายใต้ร่มเงาของความศรัทธาในพระเจ้าและความเชื่อมั่นในสัญญาของพระองค์พวกเขาได้ยืนหยัดประหนึ่งดั่งขุนเขาในการเผชิญหน้ากับแผนการร้ายทั้งหมด และวันนี้ระบอบอิสลามและประชาชนอิหร่านเป็น "ชะญะร่อตุน ฏ็อยยิบะฮ์" (ต้นไม้ชั้นดี) ที่จะเจริญก้าวหน้าและมีความสามารถเพิ่มขึ้นในแต่ละวันและนี่เป็นสำเนา (ตัวอย่าง) หนึ่งของความเจริญก้าวหน้าสำหรับโลกอิสลาม

     ในตอนท้ายท่านผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลาม ถือว่าเอกภาพและความสามัคคีเป็นวิธีเดียวที่โลกอิสลามจะเอาชนะเหนือแผนการร้ายทั้งหลาย


ที่มา : สำนักข่าวตัสนีม

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม