foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

In the name of Allah I بِسْــــــــــــــــــمِ اﷲِالرَّحْمَنِ اارَّحِيم

Assalamualaikum I اَلسَّلَامُ عَلَيْكُم

ขอความสันติ จงมีแด่ท่าน I Peace Be Upon You

WELCOME TO IICTH.COM I ยินดีต้อนรับ สู่เว็บไซต์

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม I Islamic Information Center

Get Adobe Flash player

Creative Social Widget

ภาพ-นิทรรศการ

25,10,0,50,1
5,600,50,1,3000,500,25,800
100,150,1,50,12,30,50,1,70,12,1,40,1,1,1,3000
0,1,0,0,2,40,15,5,2,1,0,17,0,1
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...

ASM-TVonline 24 Hrs.

การย้ายเมืองหลวงอิสราเอลไปยังกรุงเยรูซาเล็ม คือสัญญาณของอาร์มาเก็ดดอนใช่หรือไม่?

     บนพื้นฐานของคำพยากรณ์บางส่วนที่เกี่ยวกับยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) ในคัมภีร์ต่างๆ ทางศาสนา สงครามครั้งที่สองในการต่อต้านชาวยิวนั้น จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวยิวได้มารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งในดินแดนแห่งพันธสัญญาของพวกเขาและพวกเขาจะสร้างมหาวิหารขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

     การตัดสินใจของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประกาศให้บัยตุ้ลมักดิส (เยรูซาเล็ม) เป็นเมืองหลวงของระบอบไซออนิสต์นั้น จะเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมระดับโลกหรืออาจถึงขั้นเป็นสงครามโลกหรือไม่? การย้ายเมืองหลวงครั้งนี้จะนำไปสู่การทำลายมัสยิดอัลอักซอและการสร้างวิหารโซโลมอนขึ้นมาใหม่ในเมืองนี้หรือไม่?

     การตัดสินใจครั้งนี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ก่อให้เกิดความชื่นชมจากชาวยิวหัวรุนแรง อย่างเช่น เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีหัวรุนแรงของระบอบไซออนิสต์

     ในคำพยากรณ์ต่างๆ เกี่ยวกับยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) นั้นมีระบุว่า สงครามครั้งสุดท้ายของสัจธรรมกับความเท็จในนามอาร์มาเก็ดดอน (Armageddon) นั้น จะเกิดขึ้นในสถานที่ที่มีชื่อเดียวกันนี้ที่อยู่ในดินแดนที่ถูกยึดครองนั้น ส่วนหนึ่งจากสัญญาณต่างๆ ที่กล่าวถึงสำหรับสงครามอาร์มาเก็ดดอน คือการบูรณะวิหารโซโลมอน และการรวมตัวของหมู่ชนชาวยิว ในแผ่นดินนี้

      จากคำพยากรณ์เหล่านี้ยังสรุปได้เช่นนี้ว่า กองทัพของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) ผู้ถูกรอคอยนั้นจะทำสงครามกับบรรดาชาวยิวที่ดื้อรั้นและเป็นผู้ก่อการละเมิด (ชาวยิวไซออนิสต์) และสงครามครั้งนี้ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในชื่อสงครามโลกครั้งที่สามด้วยเช่นกันนั้นก็จะสิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของบรรดาผู้ช่วยเหลือของท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.)

     ว่ากันว่า หลังจากสงครามครั้งนี้ ท่านอิมามมะฮ์ดี (อ.ญ.) และท่านศาสดาอีซา บุตรของมัรยัม (อ.) หรือพระเยซู บุตรของพระนางแมรี่ จะมาสถาปนาความยุติธรรมและรัฐบาลแห่งความยุติธรรมของพระเจ้าขึ้นในโลกนี้

อาร์มาเก็ดดอน (Armageddon) คืออะไร?

     อาร์มาเก็ดดอน (Armageddon) จะถูกเรียกสำหรับช่วงเวลาของการสิ้นสุดของโลก คำว่า อาร์มาเก็ดดอน (Armageddon) เป็นคำที่มาจากภาษากรีกซึ่งตามนิยามของพจนานุกรมต่างๆ ของอเมริกัน อย่างเช่น พจนานุกรมเว็บสเตอร์ (Webster) หมายถึงการต่อสู้ครั้งสุดท้ายระหว่างกองทัพฝ่ายสัจธรรมกับกองทัพฝ่ายความเท็จในยุคสุดท้ายของโลก คำนี้เป็นชื่อของเมืองในพื้นที่โดยรวมของแผ่นดินชาม (1) ซึ่งตาม “วิวรณ์ - บท 16”  ในพระคัมภีร์ใหม่ จะมีสงครามใหญ่เกิดขึ้นและขั้นตอนปัจจุบันของชีวิตมนุษย์ก็จะสิ้นสุดลงในช่วงเวลานั้น กล่าวอีกสำนวนหนึ่งก็คือว่า สงครามดังกล่าวจะเป็นบทนำของการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่ชะตากรรมขั้นสุดท้ายของมนุษย์บนโลกนี้จะขึ้นอยู่กับมัน

     ในความจริงแล้วคำนี้เป็นชื่อของพื้นที่ที่ตั้งอยู่ในระยะทางประมาณ 20 ไมล์ทางตะวันออกเฉียงใต้ของท่าเรือไฮฟา (Haifa) ทางตอนเหนือของปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองซึ่งในประวัติศาสตร์เป็นเมืองยุทธศาสตร์  ในพระคัมภีร์ไบเบิลเก่าก็ได้ชี้ถึงสงครามที่จะเกิดขึ้นในสถานที่แห่งนี้ซ้ำหลายครั้ง

     ในอีกด้านหนึ่งคำนี้ในพจนานุกรมต่างๆ อย่างเช่น พจนานุกรมเว็บสเตอร์ (Webster) หมายถึงการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของความจริงกับความเท็จในยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน)

วิหารโซโลมอน (ภาพ)

     พระวิหารโซโลมอนหรือมหาวิหารศักดิ์สิทธิ์ บนพื้นฐานของคัมภีร์ไบเบิลและคัมภีร์อัลกุรอานนั้น เป็นวิหารโบราณแห่งแรกของชาวยิวที่ตั้งอยู่ในเมืองเยรูซาเล็ม จนกระทั่งได้ถูกทำลายลงในช่วง 587 ปีก่อนคริสตกาลโดยกษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ (Nebuchadnezzar / بخت النصر) แห่งบาบิโลน พระวิหารนี้มีหีบแห่งพันธสัญญา (Ark of the Covenant / تابوت العهد)

     บนพื้นฐานของคัมภีร์ไบเบิล โซโลมอน หรือ ศาสดาสุไลมาน (อ.) ทรงสร้างพระวิหารนี้ขึ้นในช่วงเวลาที่ชนชาติอิสราเอลได้เป็นเอกภาพและอยู่ใต้การเป็นกษัตริย์ของท่าน ดังนั้นการก่อสร้างวิหารนี้สามารถจินตนาการได้ว่าจะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 10 ศตวรรษก่อนคริสตกาล เนื่องจากความสำคัญต่างๆ ทางด้านศาสนามากมายของวิหารนี้ จึงมีการขุดค้นโบราณสถานบ่อยครั้งในพื้นที่รอบๆ มัสยิดอัลอักซอ

     เมืองเก่าของเยรูซาเล็มหลังจากการถูกทำลายของพระวิหารที่สองในปี ค.ศ.68 ในตลอดช่วงประวัติศาสตร์และในเส้นทางของการสร้างและการถูกทำลายต่างๆ ได้ถูกฝังอยู่ใต้กองเนินดินและหินขนาดใหญ่ในความลึก 40 ถึง 70 ฟุต และวันนี้เพียงส่วนเล็ก ๆ ของเมืองเก่านี้เท่านั้นที่ยังคงอยู่ วิหารโซโลมอนซึ่งถูกสร้างขึ้นบนหินศักดิ์สิทธิ์นั้นตั้งอยู่ที่จุดสูงสุดของเมือง แต่ปัจจุบันระดับของพระวิหารและ “กุดส์ อัลอักดาส” (หินศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ภายใต้โดมทองปัจจุบัน) ราบเรียบเท่ากันไปกับพื้นผิวของเมืองแล้ว

    วิหารโซโลมอนตั้งอยู่บนเนินเขาโมริยาห์ (Mount Moriah) หรือที่เรียกกันว่า “เนินพระวิหาร” (The Temple Mount) เนินเขาแห่งนี้ก็คือสถานที่ซึ่งปัจจุบันนี้มัสยิดอัลอักซอและมัสยิดกุบบะตุซซ็อกเราะฮ์ (Dome of the Rock) ตั้งอยู่ เกี่ยวกับตำแหน่งที่แน่นอนของพระวิหารบนเนินเขานั้นมีทัศนะความเห็นที่แตกต่างกัน ขณะนี้มีอยู่สามการคาดการณ์ด้วยกันคือ

1.ตั้งอยู่ในบริเวณลานทางด้านเหนือ

2.อยู่ในที่ตั้งปัจจุบันของโดมทอง (Dome of the Rock) และ 3.อยู่ในลานด้านใต้ (ระหว่างมัสยิดอัลอักซอและโดมทอง)

คัมภีร์อัลกุรอานและสัญญาของสงครามสองครั้ง

     พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงตรัสไว้ในโองการที่ 4 ถึง โองการที่ 8 ของซูเราะฮ์ (บท) อัลอิสรออ์ว่า :

وَقَضَيْنَا إِلَىٰ بَنِي إِسْرَائِيلَ فِي الْكِتَابِ لَتُفْسِدُنَّ فِي الْأَرْضِ مَرَّتَيْنِ وَلَتَعْلُنَّ عُلُوًّا كَبِيرًا

فَإِذَا جَاءَ وَعْدُ أُولَاهُمَا بَعَثْنَا عَلَيْكُمْ عِبَادًا لَّنَا أُولِي بَأْسٍ شَدِيدٍ فَجَاسُوا خِلَالَ الدِّيَارِ ۚ وَكَانَ وَعْدًا مَّفْعُولًا

ثُمَّ رَدَدْنَا لَكُمُ الْكَرَّةَ عَلَيْهِمْ وَأَمْدَدْنَاكُم بِأَمْوَالٍ وَبَنِينَ وَجَعَلْنَاكُمْ أَكْثَرَ نَفِيرًا

إِنْ أَحْسَنتُمْ أَحْسَنتُمْ لِأَنفُسِكُمْ ۖ وَإِنْ أَسَأْتُمْ فَلَهَا ۚ فَإِذَا جَاءَ وَعْدُ الْآخِرَةِ لِيَسُوءُوا وُجُوهَكُمْ وَلِيَدْخُلُوا الْمَسْجِدَ كَمَا دَخَلُوهُ أَوَّلَ مَرَّةٍ وَلِيُتَبِّرُوا مَا عَلَوْا تَتْبِيرًا

عَسَىٰ رَبُّكُمْ أَن يَرْحَمَكُمْ ۚ وَإِنْ عُدتُّمْ عُدْنَا ۘ وَجَعَلْنَا جَهَنَّمَ لِلْكَافِرِينَ حَصِيرًا

“และเราได้แจ้งแก่วงศ์วานของอิสรออีลไว้ในคัมภีร์ (ของพวกเขา) ว่า พวกเจ้าจะก่อการเสียหายในแผ่นดินถึงสองครั้ง และแน่นอนพวกเจ้าจะก่อการกำเริบเสิบสาน

    ดังนั้น เมื่อสัญญาแรกจากทั้งสองครั้งได้มาถึง เราได้ส่งบรรดาบ่าวของเราผู้มีอำนาจเข้มแข็งเข้าครอบครองพวกเจ้า แล้วพวกเขาได้บุกตะลุยเข้าค้นตามบ้านเรือน และมันเป็นสัญญาที่ได้เกิดขึ้นแล้ว

    และ (หลังจากนั้น) เราได้ให้พวกเจ้ากลับมีอำนาจเหนือพวกเขาอีกครั้ง และเราได้ให้พวกเจ้ามีทรัพย์สินและบุตรหลาน และเราได้ทำให้พวกเจ้ามีรี้พลมากขึ้น (กว่าเดิม)

    หากพวกเจ้าทำความดี พวกเจ้าก็ทำดีเพื่อตัวของเจ้าเอง และหากว่าพวกเจ้าทำความชั่วดังนั้นมันก็เป็นของตัวพวกเจ้าเอง ดังนั้นเมื่อสัญญาครั้งสุดท้ายได้มาถึง (พวกเขาจะมา) เพื่อทำความโศกเศร้าแก่ใบหน้าของพวกเจ้า และเพื่อพวกเขาจะเข้าไปในมัสยิด (วิหารของชาวยิว อีกครั้งหนึ่ง) เช่นเดียวกับที่พวกเขาได้เข้าไปแล้วในครั้งแรก และเพื่อพวกเขาจะได้ทำลายล้างสิ่งที่พวกเขาได้ครอบครองจนพินาศสิ้น

     หวังว่าพระผู้อภิบาลของพวกเจ้าจะทรงเมตตาพวกเจ้า และหากพวกเจ้ากลับมา (ทำชั่ว) อีก เราก็จะย้อนกลับมา (ลงโทษพวกเจ้า) อีก และเราได้ทำให้นรกเป็นที่กักขังสำหรับบรรดาผู้ปฏิเสธศรัทธา”

     ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่า สงครามครั้งแรกในการต่อต้านกลุ่มชนชาวยิวนั้นเกิดขึ้นก่อนคริสตกาลและเป็นผลทำให้เกิดการถูกเนรเทศและการพลัดถิ่นของชาวยิวออกจากดินแดนแห่งพันธสัญญาของชาวยิว (คือประเทศปาเลสไตน์ในปัจจุบัน)

     บนพื้นฐานของคำพยากรณ์บางส่วนที่เกี่ยวกับยุคสุดท้าย (อาคิรุซซะมาน) ในคัมภีร์ต่างๆ ทางศาสนา สงครามครั้งที่สองในการต่อต้านชาวยิวนั้น จะเริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวยิวได้มารวมตัวกันอีกครั้งหนึ่งในดินแดนแห่งพันธสัญญาของพวกเขาและพวกเขาจะสร้างมหาวิหารขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

     การตัดสินใจของโดนัลด์ ทรัมป์ ในการประกาศให้บัยตุ้ลมักดิส (กรุงเยรูซาเล็ม) เป็นเมืองหลวงของระบอบไซออนิสต์จะเป็นสัญญาณบอกถึงการมารวมตัวกันอย่างสมบูรณ์ของชาวยิวผู้ก่อการละเมิดในดินแดนที่ถูกสัญญาของพวกเขาหรือไม่?

     แน่นอนประเด็นที่ควรกล่าวถึงก็คือว่า ชาวยิวที่เคร่งครัด เป็นผู้รักสันติภาพและศรัทธามั่นต่อพระเจ้าอย่างแท้จริงนั้นได้ถูกแยกออกจากพวกยิวที่ดื้อรั้นและละเมิดคำสั่งของพระเจ้า และมีมิตรภาพที่ดีระหว่างพวกเขาและบรรดาผู้ปฏิบัติตามศาสนาอื่น ๆ

     ดูเหมือนว่าการดำเนินการครั้งนี้ของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เกิดขึ้นภายใต้อิทธิพลของชาวไซออนิสต์หัวรุนแรงและลูกเขยชาวยิวของประธานาธิบดีที่ไม่คาดฝันของสหรัฐอเมริกาผู้นี้ ได้มีส่วนแทรกแซงในการตัดสินใจครั้งนี้

และคำถามสุดท้ายก็คือว่า โลกด้วยกับการปรากฏตัวของบรรดาผู้ปกครองเยี่ยงนี้ กำลังขับเคลื่อนไปสู่ทิศทางใด?


เชิงอรรถ :

     1.แผ่นดินชาม คือดินแดนแถบเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ประกอบด้วยประเทศซีเรีย จอร์แดน เลบานอน ปาเลสไตน์ ไซปรัส บางส่วนจากภาคใต้ของตุรกีและภาคตะวันออกอียิปต์


แหล่งอ้างอิง :

  1. คัมภีร์อัลกุรอาน
  2. วิกิพีเดีย
  3. เว็บไซต์ข่าว Armageddon

แปลและเรียบเรียงโดย: เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม