foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

In the name of Allah I بِسْــــــــــــــــــمِ اﷲِالرَّحْمَنِ اارَّحِيم

Assalamualaikum I اَلسَّلَامُ عَلَيْكُم

ขอความสันติ จงมีแด่ท่าน I Peace Be Upon You

WELCOME TO IICTH.COM I ยินดีต้อนรับ สู่เว็บไซต์

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม I Islamic Information Center

Get Adobe Flash player

Creative Social Widget

ภาพ-นิทรรศการ

25,10,0,50,1
5,600,50,1,3000,500,25,800
100,150,1,50,12,30,50,1,70,12,1,40,1,1,1,3000
0,1,0,0,2,40,15,5,2,1,0,17,0,1
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...

ASM-TVonline 24 Hrs.

นิตยสารอเมริกัน : การเป็นศัตรูกับอิหร่านทำให้อเมริกาเสื่อมเร็วยิ่งขึ้น

     นิตยสาร "The National Interest" ได้ชี้ถึงการถูกโดดเดี่ยวมากยิ่งขึ้นของวอชิงตันหลังจากการประชุมต่อต้านอิหร่านในกรุงวอร์ซอ พร้อมกับกล่าวเสริมว่า : นโยบายของทำเนียบขาวที่มีต่อกรุงเตหะรานจะเป็นสาเหตุการเร่งความเสื่อมอำนาจของสหรัฐอเมริกา

     ศาสตราจารย์ "พอล อาร์. พิลลาร์" (Paul R. Pillar) นักวิเคราะห์และอดีตหัวหน้าสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐฯ (CIA) ในการสัมภาษณ์นิตยสาร "The National Interest" ได้ชี้ถึงผลพวงของการประชุมต่อต้านอิหร่านในกรุงวอร์ซอและนโยบายของทำเนียบขาวที่มีต่ออิหร่าน สำหรับสถานะระหว่างประเทศของวอชิงตัน

     พิลลาร์เตือนว่า เจตนาของสหรัฐฯ ในการจัดการประชุมที่กรุงวอร์ซอ คือการโน้มน้าวยุโรปให้เข้าร่วมกับสหรัฐอเมริกาในการกดดันอิหร่าน และกล่าวเสริมว่า : "การประชุมครั้งนี้กลับกลายเป็นการแสดงรอยร้าวระหว่างวอชิงตันและยุโรปเกี่ยวกับท่าทีของทั้งสองฝ่ายที่มีต่อกรุงเตหะรานแทน"

     อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอยังเน้นย้ำอีกว่า นโยบายการเป็นปรปักษ์ขั้นสูงสุดของอเมริกาที่มีต่ออิหร่านนั้น กำลังนำวอชิงตันไปสู่การถูกโดดเดี่ยว และมีคู่แข่งในระดับภูมิภาคของกรุงเตหะรานเพียงไม่กี่ประเทศ อย่างเช่น ระบอบไซออนิสต์ ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่ยังคงเป็นพันธมิตรกับทำเนียบขาว

     พิลลาร์กล่าวว่า : ระบอบการปกครองเหล่านี้กำลังไล่ตามเป้าหมายต่างๆ ของตนโดยการแสดงให้เห็นว่าอิหร่านคือศัตรู เป็นเป้าหมายที่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับผลประโยชน์ของสหรัฐอเมริกาและการแสวงหาสันติภาพและความมั่นคงในตะวันออกกลาง

    นักวิเคราะห์ของซีไอเอยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ยกเว้นบางส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันตกที่ระบอบการปกครองของอิสราเอล ซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีส่วนต้องรับผิดชอบมากที่สุดในการปรากฏตัวของทหารข้ามชาติในภูมิภาคนี้

    พิลลาร์ยังได้ชี้ถึงการพบปะและการนั่งร่วมวงของบางรัฐบาลอาหรับในภูมิภาค (ตะวันออกกลาง) กับเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีของระบอบไซออนิสต์และถือว่ามันเป็นความสำเร็จสำหรับเจ้าหน้าที่รัฐบาลไซออนิสต์

    นอกจากนี้เขายังได้ชี้ถึงถ้อยแถลงของไมก์ เพนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในการประชุมสุดยอดวอร์ซอที่เรียกร้องด้วยน้ำเสียงเหมือนผู้เป็นเจ้านายให้สหภาพยุโรปออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์กับอิหร่านและอธิบายถึงกลไกสนับสนุนการค้าระหว่างอิหร่าน - ยุโรป (INSTEX) ว่าเป็นการดำเนินการที่ขาดการยั้งคิด

    ตามข้อเขียนของพิลลาร์ สิ่งที่ไม่ถูกกล่าวถึงในคำพูดของไมก์ เพนซ์ ก็คือว่าสหรัฐอเมริกาเองต่างหาก – ไม่ใช่สหภาพยุโรปหรืออิหร่าน ที่ละเมิดอย่างชัดเจนต่อข้อตกลงนิวเคลียร์หรือข้อตกลงร่วมว่าด้วยแผนปฏิบัติการครอบคลุม (The Joint Comprehensive Plan of Action: JCPOA) และมติที่ 2231 ของคณะมนตรีความมั่นคงซึ่งได้รับการอนุมัติจากสมาชิกทั้งหมดของสภานี้

    ไมก์ เพนซ์ได้เรียกร้องให้บรรดารัฐบาลของยุโรปละเมิดภาระผูกพันของตนและดูถูกเหยียดหยามคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UN) เช่นเดียวกับรัฐบาลทรัมป์

   นักวิเคราะห์ของซีไอเอยังชี้ถึงถ้อยแถลงที่ก้าวร้าวของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีต่อกลไกการสนับสนุนทางการค้าของอิหร่านและยุโรป และกล่าวเสริมว่า : กลไกนี้เป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความจริงอีกประการหนึ่งที่ว่า โลกกำลังเบื่อหน่ายกับการใช้ประโยชน์ในทางไม่ชอบของวอชิงตันจากความได้เปรียบทางด้านเศรษฐกิจของตน และโลกกำลังมองหาวิธีที่จะเอาชนะความได้เปรียบนี้หรือตัดมันทิ้ง

    พิลลาร์ได้เขียนในตอนท้ายของบทความของตนว่า : "ถ้ามหาอำนาจที่ถูกโดดเดี่ยว (อเมริกา) ยังคงทำสิ่งเดียวกันกับที่ทำกับอิหร่านต่อไป ก็จะเห็นว่าอำนาจต่างๆ ที่เหนือกว่าและเป็นข้อได้เปรียบของมันนั้นจะถูกทำลายลงเร็วมากยิ่งขึ้น และด้วยเหตุนี้เองในอนาคตวอชิงตันก็จะมีอำนาจน้อยลงสำหรับการบังคับความต้องการของตนเองในประเด็นต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเตหะราน


ที่มา : อัล-อาลัม

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม