foto1
foto1
foto1
foto1
foto1

In the name of Allah I بِسْــــــــــــــــــمِ اﷲِالرَّحْمَنِ اارَّحِيم

Assalamualaikum I اَلسَّلَامُ عَلَيْكُم

ขอความสันติ จงมีแด่ท่าน I Peace Be Upon You

WELCOME TO IICTH.COM I ยินดีต้อนรับ สู่เว็บไซต์

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม I Islamic Information Center

Get Adobe Flash player

Creative Social Widget

ภาพ-นิทรรศการ

25,10,0,50,1
5,600,50,1,3000,500,25,800
100,150,1,50,12,30,50,1,70,12,1,40,1,1,1,3000
0,1,0,0,2,40,15,5,2,1,0,17,0,1
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW..
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...
Loves Of Muhammad SAW...

ASM-TVonline 24 Hrs.

แผนทำลายความมั่นคงตามแนวพรมแดนอิหร่านของไซออนิสต์ในอัฟกานิสถาน

แฟ้มข้อมูลเกี่ยวกับอิสราเอลในอัฟกานิสถาน - 1 | ย่างก้าวของไซออนิสต์ในอัฟกานิสถาน เป้าหมายเพื่อทำลายความมั่นคงตามแนวพรมแดนอิหร่านใช่หรือไม่?

     บนพื้นฐานของข้อมูลจากรายงานจำนวนมากเกี่ยวกับรัฐบาลไซออนิสต์ที่พยายามดำเนินการเคลื่อนไหวในทุกวิธีการอย่างลับๆ ทั้งในเวทีทางการเมืองและการทหารของอัฟกานิสถานโดยมีเกลอเก่าอย่างสหรัฐอเมริกา และเพื่อที่จะสามารถบรรลุเป้าหมายในระดับภูมิภาคของตนได้นั้น จำเป็นที่จะต้องเข้าประชิดชายแดนอิหร่าน

     ตามรายงานของสำนักข่าวตัสนีม การประเมินแรกที่ยังไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับการปรากฏตัวของระบอบไซออนนิสต์ในอัฟกานิสถานได้ถูกเผยแพร่ในสื่อบางสำนักของอัฟกานิสถานและสื่อของโลกในตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่า กองกำลังทหารของอิสราเอลจำนวนหนึ่งได้เข้าประจำการอยู่ในตะวันตกของอัฟกานิสถานโดยความช่วยเหลือขององค์การนาโต้ในฐานทัพอากาศ "Shindand"

    ระบอบไซออนนิสต์มั่นใจว่าตนเองไม่ได้เป็นที่ชื่นชอบในโลกอิสลามและการปรากฏตัวของตนอยู่ในประเทศที่ประชาชนมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจต่อชาวปาเลสไตน์นั้นถือเป็นเรื่องที่อ่อนไหว ดังนั้นเพื่อรักษาภาพลักษณ์ระหว่างประเทศและเพื่อให้บรรลุตามนโยบายต่างประเทศของตนในภูมิภาค จึงได้ใช้เทคนิคพิเศษในการดำเนินการเคลื่อนไหวในอัฟกานิสถาน

แผนทำลายความมั่นคงตามแนวพรมแดนอิหร่านของไซออนิสต์ในอัฟกานิสถาน

รายงานส่วนแรก เกี่ยวกับการปรากฏตัวของไซออนิสต์ในอัฟกานิสถาน

     รายงานบางส่วนจากสื่อต่างๆ ของอัฟกานิสถานโดยอ้างจาก "ศูนย์การศึกษาความมั่นคงแห่งชาติของเทลอาวีฟ" เผยให้เห็นว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาองค์การนาโตได้ให้กองกำลังทหารและหน่วยสายลับของอิสราเอลประจำการอยู่ในฐานทัพอากาศ “Shindand” ในพื้นที่เฉพาะและเป็นอิสระ

     ฐานทัพอากาศแห่งนี้ได้ถูกบูรณะขึ้นใหม่ด้วยค่าใช้จ่าย 184 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อให้มอสสาดสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆ ทางด้านการสอดแนม

แผนทำลายความมั่นคงตามแนวพรมแดนอิหร่านของไซออนิสต์ในอัฟกานิสถาน

    ศูนย์การศึกษาความมั่นคงแห่งชาติของเทลอาวีฟได้เตือนว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลจำเป็นต้องระมัดระวังอิทธิพลของเตหะรานที่มีต่อสื่อของอัฟกานิสถานอย่างจริงจัง

    นอกจากนี้ตามรายงานดังกล่าว เพื่อที่จะจัดการกับความร่วมมือระหว่างอิหร่าน ฮิซบุลลอฮ์และฮามาสในการต่อต้านอิสราเอล เทลอาวีฟประเมินว่า สำหรับการปฏิสัมพันธ์กับบรรดาผู้เล่นระดับภูมิภาคในอัฟกานิสถานเพื่อการต่อต้านอิทธิพลของสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านในภูมิภาคนั้น การตรวจสอบต่างๆ ที่เหมาะสมมีความสำคัญอย่างมากทีเดียว

    หน่วยข่าวกรองของอิสราเอลได้อ้างว่า หนทางเดียวที่อิสราเอลจะพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกรุงเทลอาวีฟกับกรุงคาบูล ที่สามารถจะกระทำได้โดยผ่านอินเดีย เนื่องจาก “นิวเดลี” กำลังเสริมสร้าง “อำนาจอ่อน” (Soft Power ) ของตนในอัฟกานิสถานเพื่อทำลายความสัมพันธ์ของอิสลามาบัด

    แน่นอนขณะเดียวกันการเสริมสร้างความสัมพันธ์ของปากีสถานกับอิสราเอลก็ไม่อาจมองว่าเป็นเรื่องที่ห่างไกลจากความจริงได้ เว็บไซต์ "ออฟตอฟ" ได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า : นับจากช่วงหลายปีที่ผ่านมา นายพล “เปอร์เวซ มูชาร์ราฟ” อดีตนายกรัฐมนตรีของปากีสถานและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ของประเทศนี้ ได้สนับสนุนแนวทางกระชับความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับอิสราเอลและได้เตรียมความคิดของประชาชนในประเทศนี้และภูมิภาคไปในทิศทางนี้

 

แผนทำลายความมั่นคงตามแนวพรมแดนอิหร่านของไซออนิสต์ในอัฟกานิสถาน

หน่วยคอมมานโดของอิสราเอลอยู่ในอัฟกานิสถานและอิรัก ด้วยสถานะของชาวอเมริกัน

    ปลายปี 2017 หนังสือพิมพ์ “Russeka Gazita” ตีพิมพ์ในมอสโกได้รายงานเกี่ยวกับการปรากฏตัวของหน่วยคอมมานโดพิเศษของอิสราเอลในสงครามในอัฟกานิสถานและอิรักด้วยอัตลักษณ์อเมริกัน

    รายงานได้กล่าวเสริมโดยอ้างแหล่งข้อมูลสื่ออาหรับบางแห่งว่า แผนการที่จะนำกองกำลังพิเศษของอิสราเอลจำนวน 90 คนเข้าไปในดินแดนอัฟกานิสถานนั้น อยู่ในมือของกรุงเทลอาวีฟ

    ประเด็นที่สำคัญก็คือ การปรากฏตัวของพวกเขาจะใช้สัญชาติและอัตลักษณ์อเมริกันและด้วยเหตุนี้ พวกเขาจะอาศัยอยู่ในฐานทัพทหารของสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน

    ภารกิจพิเศษของกลุ่มนี้คือ การฝึกปฏิบัติการภาคสนามจริงในสงครามภาคสนามกับกลุ่มนิยมอิสลามนอกอาณาเขตดินแดนที่ถูกยึดครอง และเป้าหมายของพวกเขาก็เพื่อที่จะได้รับทักษะพิเศษทางด้านการข่าวกรองเพื่อที่จะใช้ในการต่อสู้กับกลุ่มต่างๆ อย่างเช่นฮิซบุลลอฮ์ของเลบานอนที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน
หน่วยคอมมานโดของอิสราเอลอยู่ในอัฟกานิสถานและอิรัก ด้วยสถานะของชาวอเมริกัน

    ประเด็นที่สำคัญของเรื่องนี้ก็คือ การสนับสนุนอยู่เบื้องหลังของสหรัฐฯ ต่อการแทรกแซงและการละเมิดอธิปไตยของประเทศต่างๆ เนื่องจากอัฟกานิสถานและระบอบไซออนิสต์ไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน ดังนั้นการนำกองกำลังของอิสราเอลเข้าสู่อัฟกานิสถานโดยใช้สัญชาติและอัตลักษณ์อเมริกันจึงเป็นการละเมิดความเป็นเอกราชของอัฟกานิสถานในลักษณะหนึ่ง

     นอกจากนี้ หน่วยคอมมานโดของอิสราเอลยังได้รับความคุ้มครองต่างๆ ที่ถูกกำหนดไว้สำหรับกองทัพสหรัฐฯ

     หน่วยคอมมานโดของระบอบไซออนิสต์ได้สังหารพลเมืองชาวอัฟกานิสถานจำนวนมากและกฎหมายนี้จะปกป้องพวกเขาจากการฟ้องร้องทางกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากการมีสัญชาติอเมริกันของพวกเขานั้น จะให้การคุ้มครองทางด้านกฎหมาย

สหรัฐฯ มุ่งเน้นการปกปิดการปรากฏตัวของไซออนิสต์ในอัฟกานิสถาน

    กล่าวกันว่า แม้จะมีคำเตือนต่างๆ ต่อรัฐบาลอิสราเอลจากสหรัฐฯ เกี่ยวกับกรณีการเปิดเผยการปรากฏตัวของตนในอัฟกานิสถาน แต่อิสราเอลก็ได้ส่งกองกำลังพิเศษหน่วยหนึ่งที่เรียกว่า "Matkal" หรือหน่วย 262 ไปยังอัฟกานิสถาน

    หน่วย262 นี้ ก่อตั้งขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1960 ประกอบด้วยชาวยิวเชื้อสายอาหรับและชาวอัฟริกันและชาวเอเชียที่พูดภาษาอาหรับด้วยสำเนียงอาหรับต่างๆ และสวมเครื่องแบบของกองทัพอาหรับและอิสลาม ภารกิจของพวกเขาคือการแทรกซึมเจาะเข้าไปในพื้นที่เป้าหมายต่างๆ ในตะวันออกกลางและดำเนินการปฏิบัติการต่างๆ ในการทำลายล้างและการจารกรรม

   ซึ่งบางคนจากพวกเขาจะแต่งกายในเครื่องแบบของกองทัพปากีสถาน จำนวนหนึ่งของกลุ่มนี้ได้รับการฝึกฝนเพื่อเจาะเข้าไปยังโรงงานนิวเคลียร์ของปากีสถานในเมืองกวยตา (Quetta) เพื่อดำเนินปฏิบัติการทำลายล้างภายใน

หน่วยคอมมานโดของอิสราเอลอยู่ในอัฟกานิสถานและอิรัก ด้วยสถานะของชาวอเมริกัน

     เนื่องจากรัฐบาลอิสราเอลขาดความชอบธรรมทางการเมืองในภูมิภาค แม้กระทั่งในเวทีโลกซึ่งต้องอาศัยหน่วยข่าวกรองและความมั่นคงเป็นอย่างมาก เพราะเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในภูมิภาค หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ระดับโลกและความกังวลด้านความปลอดภัยจึงต้องพึ่งพิงอย่างมากต่อหน่วยข่าวกรองและความมั่นคงของตน

    ชิน เบท (Shin Bet) หรือองค์กรหน่วยข่าวกรองและความมั่นคงภายในอิสราเอลและมอสสาด (Mossad) กำลังทำงานรับใช้นโยบายต่างประเทศและความมั่นคงแห่งชาติของอิสราเอล

    ระบอบไซออนิสต์กำลังย่างก้าวไปในทิศทางของการบรรลุเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ของตนโดยอาศัยการสร้างศูนย์ต่างๆ สำหรับการดักฟัง การสอดแนมทางอิเล็กทรอนิกส์ การติดตั้งเรดาร์และฐานรวบรวมข้อมูลข่าวกรองในพื้นที่ต่างๆ ที่อยู่ใกล้กับพิ้นที่ตะวันออกของอิหร่านและตอนเหนือของปากีสถาน รวมทั้งในเขตติดต่อของจีนกับอัฟกานิสถาน แม้กระทั่งการชำเลืองไปยังรัสเซียซึ่งเป็นการกดดันทางด้านความมั่นคงต่อประเทศเหล่านี้

     แน่นอนก่อนหน้านี้ บรรดานักการเมืองชาวอิรักได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหานี้ เนื่องจากพวกเขากลัวการปรากฏตัวของกองกำลังอิสราเอลด้วยอัตลักษณ์อเมริกันในอิรัก เนื่องจากรายงานข่าวกรองที่น่าเชื่อถือระบุถึงการปรากฏตัวของกองกำลังอิสราเอลในฐานทัพต่างๆ ของอิรักและเคอร์ดิสถานของอิรัก

อิสราเอลเข้าใกล้พรมแดนต่างๆ ของอิหร่าน

อิสราเอลเข้าใกล้พรมแดนต่างๆ ของอิหร่าน

      ก่อนที่จะเกิดความไม่สงบในวงกว้างและการโจมตีอย่างหนักหน่วงของกลุ่มตอลิบานในจังหวัดฟะราฮ์ ก็มีรายงานต่างๆ ถูกตีพิมพ์เกี่ยวกับการปรากฏตัวของบรรดาที่ปรึกษาทางทหารชาวอิสราเอลและซาอุดิอาระเบียโดยบางสำนักข่าวของอัฟกานิสถาน

    “Middle East Press” ได้เขียนเมื่อต้นปีที่ผ่านมาว่า : นโยบายร่วมกันของสหรัฐฯ ซาอุดิอาระเบียและอิสราเอล ที่จะเข้าใกล้พรมแดนอิหร่านและบ่อนทำลายสาธารณรัฐอิสลามนั้นทำให้บรรดาที่ปรึกษาทางทหารชาวอาหรับและอิสราเอลได้ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสงสัยและเป็นระบบในจังหวัด “ฟะราฮ์”

     บรรดาผู้แทนของรัฐสภาอัฟกานิสถานก็ได้แสดงความกังวลต่อการปรากฏตัวของกองกำลังอาหรับและอิสราเอลเหล่านี้ใน “เฮรอต” และ “ฟะราฮ์” โดยที่การปรากฏตัวของกองกำลังเหล่านี้จะทำให้เกิดความไม่มั่นคงในตะวันตกของประเทศ

อิสราเอลเข้าใกล้พรมแดนต่างๆ ของอิหร่าน

     ดูเหมือนว่าสิ่งที่รายงานภายใต้หัวข้อ "แผนการสร้างความไม่สงบในจังหวัดต่างๆ ทางตะวันตกของอัฟกานิสถานและชายแดนอิหร่านโดยซาอุดิอาระเบียและอิสราเอลด้วยการสนับสนุนทางการเงินจากสหรัฐอเมริกา" ได้กล่าวถึงนั้น ได้ถูกทำลายลงหลังจากการโจมตีอย่างกว้างขวางของกลุ่มตอลิบานในจังหวัดนี้

     “Middle East Press” ได้กล่าวเกี่ยวกับเหตุผลของการปรากฏตัวของอิสราเอลในอัฟกานิสถานว่า : "ความสำเร็จของฝ่ายต่อต้านสหรัฐฯ ในรัฐสภาอิรักและชัยชนะของฮิซบุลลอฮ์ในเลบานอนนั้นคือความล้มเหลวครั้งล่าสุดที่สหรัฐฯ และพันธมิตรได้แบกรับ และสิ่งนี้เองที่เป็นสาเหตุทำให้พวกเขาจะนำสงครามเข้าสู่อัฟกานิสถานและจากวิธีการนี้พวกเขาจะสร้างแรงกดดันต่ออิหร่าน

     บรรดาผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ขณะนี้มีสงครามตัวแทนระหว่างหลายประเทศในภูมิภาคและในโลกกำลังเกิดขึ้นทั่วอัฟกานิสถาน เริ่มจากสงครามตัวแทนระหว่างอินเดียกับปากีสถานไปจนถึงสงครามด้านข่าวกรองและการทหารระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย และสงครามตัวแทนของซาอุดิอาระเบียไปจนถึงสงครามหาข้ออ้างของของสหรัฐฯ กับอิหร่าน จีนกับอินเดียและสงครามอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังดำเนินอยู่ในประเทศนี้ สงครามดังกล่าวทั้งหมดนี้มีชาวอัฟกานิสถานที่กลายเป็นเหยื่ออยู่ทุกวัน

    บรรดาผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่ารัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของอัฟกานิสถานประสบความล้มเหลวในการตัดมือของหน่วยข่าวกรองต่างๆ ในภูมิภาคและโลก และได้กล่าวว่า การปรากฏตัวของหน่วยสืบราชการลับ อย่างเช่น มอสสาดจะนำไปสู่วิกฤตที่เพิ่มมากขึ้นในอัฟกานิสถาน

อิสราเอลเข้าใกล้พรมแดนต่างๆ ของอิหร่าน

การส่งกองกำลังอิสราเอลเพื่อถ่ายโอนกลุ่มไอซิสไปยังอัฟกานิสถาน

     เมื่อไม่นานมานี้ก็มีรายงานต่างๆ เกี่ยวกับการปรากฏตัวของกองกำลังทหารของอิสราเอลในอัฟกานิสถานด้วยอัตลักษณ์อเมริกัน ที่กำลังเคลื่อนย้ายกองกำลังของกลุ่มไอซิสจากอิรักและซีเรียไปยังอัฟกานิสถาน

     เว็บไซต์ข่าว “Veterans Today” ได้รายงานว่า ทหารอิสราเอลได้ถูกส่งไปยังอัฟกานิสถานตั้งแต่ปี 2004 เพื่อภารกิจที่พวกเขาอ้างว่า เพื่อการฝึกตำรวจอัฟกานิสถานและการต่อสู้กับยาเสพติด

     เว็บไซต์ข่าวนี้ได้กล่าวต่อไปว่า : ในความเป็นจริงเป็นเรื่องที่แตกต่างกันอย่างมาก ทหารอิสราเอลถูกส่งไปยังอัฟกานิสถานเพื่อปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน รวมถึงการช่วยเหลือทีมปฏิบัติการของซีไอเอและมอสสาดในการเคลื่อนย้ายกลุ่มก่อการร้ายไอซิสจากอิรักและซีเรียไปยังประเทศนี้

     แหล่งข่าวในฐานทัพอากาศ “จาลาลาบัด” กล่าวว่า หน่วยงานสายลับของมอสสาดและซีไอเอได้จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมกลุ่มไอซิสในอัฟกานิสถานเมื่อประมาณ 18 เดือนก่อน และได้ทำการเคลื่อนย้ายกลุ่มก่อการร้ายไปยังอัฟกานิสถานผ่านเที่ยวบินธรรมดาจากตุรกีและอิรัก

อิสราเอลเข้าใกล้พรมแดนต่างๆ ของอิหร่าน

บทสรุป

     การปรากฏตัวของกองกำลังทหารอิสราเอลในอัฟกานิสถานได้ถูกรายงานในขณะที่อัฟกานิสถานไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ ทางการทูตกับระบอบไซออนิสต์เลย และการปรากฏตัวของกองกำลังเหล่านี้โดยใช้สถานะปลอมเป็นการละเมิดที่ชัดเจนต่อบูรณภาพแห่งดินแดนของอัฟกานิสถาน

     อัฟกานิสถานเนื่องจากไม่สามารถควบคุมอาณาเขตส่วนใหญ่ของตนได้และขาดความรู้เกี่ยวกับฐานทัพทหารต่างๆ ของสหรัฐฯ จึงกลายเป็นเหยื่อของนโยบายครอบงำทุกรูปแบบของสหรัฐฯ และอิสราเอล ในเป้าหมายต่างๆ ในระดับภูมิภาคของพวกเขา

    เทลอาวีฟเพื่อที่จะเข้าใกล้พรมแดนต่างๆ ของอิหร่านและเป้าหมายเพื่อบ่อนทำลายสาธารณรัฐอิสลามได้พยายามเข้าสู่ดินแดนของอัฟกานิสถานด้วยอัตลักษณ์ของชาวอเมริกันและดำเนินการเคลื่อนไหวต่างๆ ของตนอย่างลับๆ ห่างไกลจากสายตาของสื่อและรัฐบาลอัฟกานิสถาน

    อัฟกานิสถานจำเป็นต้องจัดการอย่างเด็ดขาดกับการดำเนินการเหล่านี้ของอิสราเอลและสหรัฐฯ และจะต้องพิจารณาถึงผลประโยชน์ของประเทศเพื่อนบ้านและประเทศอิสลามอื่นๆ ที่ต่อต้านนโยบายทุกรูปแบบของอิสราเอลในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครองและในที่อื่นๆ ของโลก

    วิกฤตในอัฟกานิสถานจำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมและความร่วมมือในระดับภูมิภาค และการปรากฏตัวของอิสราเอลซึ่งเกิดขึ้นโดยความร่วมมือของซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอเมริกาในอัฟกานิสถานนั้นไม่มีผลเป็นอย่างอื่น นอกจากการโหมไฟของวิกฤตนี้และจำเป็นต้องทำให้การปรากฏตัวนี้กลายเป็นสื่อและจะต้องถูกประณามด้วยท่าทีที่เป็นทางการของรัฐบาลอัฟกานิสถาน


ที่มา : สำนักข่าวตัสนิม

ศูนย์สารสนเทศอิสลาม สถาบันส่งเสริมการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับอิสลาม